การตรวจสภาพการนอนหลับ ( Sleep Lab)

กลุ่มที่แนะนำให้ตรวจการนอนหลับ

  • คนอ้วน เด็กอ้วน BMI > 25
  • ผู้ที่นอนกรน

         อาการที่พบ / นำมา ได้แก่ นอนกรน มึนศีรษะ เวียนศีรษะ ปวดศีรษะ หงุดหงิด อ่อนเพลีย สมาธิเสื่อม หลับในขณะขับรถ ความจำถดถอย หลับในขณะประชุม

การนอนกรน..มหันตภัย..ที่มากกว่าเสียงรำคาญ

  1. การนอนกรนธรรมดา ซึ่งทำให้เกิดเสียงดังรบกวนต่อคนรอบข้าง
  2. การ นอนกรนร่วมกับภาวะอุดกั้นทางเดินหายใจร่วมด้วย เสียงกรนจะมีลักษณะไม่สม่ำเสมอ มีเสียงกรนและหยุดหายใจ เมื่อมีภาวะหยุดหายใจระดับออกซิเจนในเลือดแดงอาจจะต่ำลงกว่าปกติ อาจมีสะดุ้งกลางดึก ทำให้การหลับพักผ่อนไม่มีประสิทธิภาพ

ทราบได้อย่างไร...ว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะหลับหรือไม่

  • รู้สึกนอนไม่อิ่ม อ่อนเพลีย แม้ว่าจะนอนในชั่วโมงที่เพียงพอแล้ว
  • ตื่นขึ้นมาตอนเช้าพร้อมอาการปวดศีรษะ
  • รู้สึกง่วงนอน มีอาการสัปหงกระหว่างวัน
  • หงุดหงิดง่าย บุคลิกภาพเปลี่ยน
  • ในเด็กอาจมีการเรียนที่แย่ลง ร่างกายไม่แข็งแรง ปัสสาวะรดที่นอน เป็นต้น

ปัจจัยที่ทำให้อาการกรนมากขึ้นและมีภาวะอุดตันทางเดินหายใจ

  1. น้ำหนักตัวมากขึ้น ทำให้ไขมันสะสมบริเวณช่องทางเดินหายใจส่วนบนมากขึ้น ช่องทางเดินหายใจจึงแคบลง
  2. อายุ : กล้ามเนื้อบริเวณช่องทางเดินหายใจส่วนบนจะตึงตัวน้อยลง เมื่ออายุมากขึ้น
  3. เพศชาย
  4. เครื่อง ดื่มแอลกอฮอล์และยาบางชนิด กดการตอบสนองของร่างกายต่อภาวะขาดออกซิเจนและภาวะคั่งของคาร์บอนไดออกไซด์ และทำให้กล้ามเนื้อของช่องทางเดินหายใจยุบตัวง่ายขึ้น
  5. การสูบบุหรี่ ทำให้ช่องทางเดินหายใจอักเสบ หนาตัวและมีเสมหะมากขึ้น
  6. โครงสร้างกระดูกใบหน้า เช่นกระดูกแก้มที่แบนหรือคางที่เล็กและถอยหลัง
  7. โรคทางช่องจมูก เช่น ภูมิแพ้อากาศ ริดสีดวงจมูก ผนังกั้นจมูกคด เยื่อบุจมูกบวม
  8. ภาวะขาดธัยรอยด์ฮอร์โมน

การตรวจสภาพการนอนหลับ ( Sleep Lab) เป็นการตรวจวัดคุณภาพการนอนหลับในลักษณะปกติโดยจะทำการตรวจวัด ดังนี้

  1. ลมหายใจ เป็นการตรวจวัดลมหายใจที่ผ่านเข้าออกทางจมูกและปาก พร้อมทั้งตรวจวัดการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อทรวงอกและกล้ามเนื้อหน้าท้องที่ ใช้ในการหายใจ เพื่อให้ทราบว่ามีการหยุดหายใจหรือไม่ เป็นการหยุดหายใจชนิดไหน ผิดปกติหรืออันตรายมากน้อยแค่ไหน
  2. เปอร์เซ็นต์ความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด เป็นการตรวจเพื่อให้ทราบว่าขณะนอนหลับ สมอง หัวใจ ขาดออกซิเจนหรือไม่
  3. อัตราการเต้นของหัวใจ เป็นการตรวจเพื่อให้ทราบว่าขณะนอนหลับอัตราการเต้นของหัวใจมากน้อยเพียงใด
  4. เสียงกรน เป็นการตรวจเพื่อให้ทราบว่า นอนกรนจริงหรือไม่ กรนดังค่อยแค่ไหน กรนตลอดเวลาหรือไม่ กรนขณะนอนท่าไหน
  5. ท่านอน เป็นการตรวจเพื่อให้ทราบว่าในแต่ละท่านอน มีการกรนหรือการหายใจผิดปกติกันอย่างไร

การเตรียมตัวสำหรับการมาตรวจการนอนหลับ

  1. ต้อง สระผมให้สะอาดก่อนมารับการตรวจ และห้ามใส่น้ำมันหรือครีมที่ผม เพราะการติดอุปกรณ์ที่หนังศรีษะ จำเป็นต้องให้บริเวณที่ติดอุปกรณ์ไม่มีไขมัน เพื่อให้สัญญาณกราฟคมชัด และสามารถอ่านระดับการนอนหลับได้ถูกต้อง
  2. ห้ามทาแป้งหรือครีมที่บริเวณใบหน้า คอและขา เพื่อทำให้อุปกรณ์ที่ติดอยู่ได้นานตลอดทั้งคืน
  3. ห้าม ดื่มชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ก่อนมา เพราะจะทำให้คุณภาพของการนอนหลับผิดปกติไป ยกเว้น ในรายที่ดื่มเป็นประจำและต้องให้แพทย์ที่ทำการรักษารับทราบก่อนทำการตรวจ
  4. ห้าม รับประทานยาระบายหรือยานอนหลับ ก่อนมารับการตรวจเพราะจะทำให้การนอนตรวจไม่ต่อเนื่อง ในรายที่รับประทานยาระบาย และในรายที่รับประทานยานอนหลับจะทำให้การนอนหลับไม่เป็นปกติที่ควรเป็น ยกเว้นในรายที่แพทย์อนุญาตเท่านั้น
  5. ยาที่ผู้ป่วยรับประทานเป็น ประจำ เช่น ยาควบคุมความดันโลหิต และยารักษาโรคอื่นๆให้รับประทานได้ตามเดิม และกรุณาแจ้งให้เจ้าหน้าที่รับทราบทุกครั้ง
  6. ทางโรงพยาบาลจะนัดท่านมารับผลการตรวจและพบแพทย์หลังจากการทำการตรวจอย่างน้อย 3 วัน